SET Outlook
• คาดดัชนีฯ ยังถูกกดันจากผลพวงของแผ่นดินไหว และ รอดูมาตรการภาษีของสหรัฐฯ
• ตลาดหุ้นไทย ดัชนีฯ รับแรงขายจาก Panic Sell วานนี้ แต่มีความรุนแรงไม่มาก ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์แผ่นดินไหวยังคงถูกกดดัน เช่น ธุรกิจสิ่งก่อสร้าง-อาคาร-ที่อยู่อาศัย ส่วนธุรกิจ Home Improvement ปรับตัวขึ้น เช่น HMPRO, SCC นอกจากนี้ มาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ยังเป็นตัวแปรหลักกดดันตลาดหุ้นไทย และต่างประเทศ
• นโยบายการค้าสหรัฐฯ : ปธน.โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศภาษีนำเข้าใหม่จะจัดเก็บกับทุกประเทศ ไม่เพียงเฉพาะประเทศคู่ค้าที่ขาดดุลหนักกับสหรัฐฯ โดยจะเป็นการเก็บเพิ่มจากภาษีที่บังคับใช้แล้วในสินค้า เช่น อะลูมิเนียม เหล็ก และรถยนต์ .... นโยบายภาษีทยอยประกาศออกมาตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ตลาดรอดูแถลงอย่างเป็นทางการในวันที่ 2 เม.ย.เป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกผันผวน ราคาทองคำ ขึ้นทดสอบ $3100 เหรียญ หลักๆ มาจากเรื่องนี้
• วานนี้(31) ตลาดหุ้นเอเชียเผชิญกับการปรับตัวลงอย่างมาก โดยดัชนี MSCI Asia Pacific ร่วงลง 2.2% ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดในรอบเดือน สาเหตุหลักมาจากการที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับภาษีที่อาจเกิดขึ้นจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะมีการประกาศในสัปดาห์นี้
• หุ้นกลุ่มอสังหาฯ ปรับตัวลงแรง จากแผ่นดินไหว เมื่อ 28 มี.ค. โดยเฉพาะกลุ่มที่มีสัดส่วนคอนโดสูง อย่าง ANAN, NOBLE ปรับตัวลงมาก คาดแรงขายในกลุ่มอสังหาฯ ยังคงมีต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ และกระทบไปถึงกลุ่มท่องเที่ยว ซึ่งคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติจะชะลอการเดินทางมาไทยในอีก 2 สัปดาห์หรือนานกว่า
• ธปท.รายงาน เศรษฐกิจไทยเดือน ก.พ. 68 ชะลอตัวจากภาคท่องเที่ยวและการลงทุนเอกชนที่ลดลง.... เรามอง GDP ไทยปีนี้ โต 3% อาจเป็นไปได้ยาก ช่วงหลังการประกาศใช้มาตรการภาษีนำเข้าสหรัฐฯ อาจทำให้แนวโน้มการส่งออกไทยลดลงตามไปด้วย กระทบ GDP ไทยโดยภาพรวม (สหรัฐฯ เป็นประเทศอันดับต้นๆ ที่ไทยส่งออกสินค้าไปมาก)
• กระทรวงการคลังเผย เศรษฐกิจไทยยังแข็งแกร่ง แม้ได้รับผลกระทบระยะสั้นจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว รัฐบาลจะเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้ GDP เติบโตตามเป้าหมาย พร้อมช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบผ่านการพักชำระหนี้และเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ .... เรามองว่าช่วงเดือนนี้ รัฐบาลจะเร่งออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาอีกมาก เพื่อช่วงฟื้น GDP จากความเสียหายของแผ่นดินไหว ซึ่งอาจเป็นแรงช่วยพยุงตลาดให้ฟื้นตัวกลับมาได้
• Event วันนี้ : การประชุมครม. ด้าน ฟิทช์ เรทติ้งส์ จัดสัมมนาในหัวข้อ "แนวโน้มเศรษฐกิจและสินเชื่อผู้บริโภคของไทย" และ กระทรวงการต่างประเทศ แถลงข่าวความคืบหน้าสถานการณ์แผ่นดินไหว
Strategy
• ตลาดจะขึ้นกับว่า จะมี after shock ของแผ่นดินไหวรุนแรงขนาดไหน ถ้าเบาลงจะเริ่มมีแรงซื้อกลับมา แต่ตลาดยังมีอีกตัวแปร คือ มาตรการภาษีขอสหรัฐฯ ทำให้สัปดาห์นี้ คาดหวังกับตลาดมากไม่ได้ ..... กลยุทธ์ ชะลอการลงทุนรอดูสถานการณ์ ส่วนหุ้นพื้นฐานและอนาคตดี เรายังมองเป็นจังหวะซื้อ ในช่วงเวลาที่นักลงทุนกำลังตกใจ ในแบบที่เป็นอยู่
• การร่วงลงของดัชนีฯ ครั้งนี้ อาจเป็นการสร้างจุดต่ำสุดให้กับตลาด นักลงทุนที่รอซื้อหุ้นพื้นฐานดี จะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อหุ้นเหล่านี้ ทั้งนี้ list ของหุ้นในเชิงกลยุทธ์ หุ้น 4 ตัวแรก ที่ควรนึกถึง คือ ADVANC , CPALL, SCB, BH
• หุ้นในพอร์ตวันนี้ เราคงหุ้นทั้งหมดไว้ หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย SCB(10%), PTT*(10%), TTB(10%)
Technical : BTG, MCOT
News Flash:
( + ) CBG (ซื้อ/เป้า 95.00 บาท) รายได้ 1Q25E โต 20-25% YoY, คงเป้าปีนี้โต +30% YoY
( 0 ) Food & Beverage (Neutral) เริ่มจัดเก็บภาษีความหวานเฟสสุดท้ายตั้งแต่วันนี้
Company Update:
( + ) TTB (ซื้อ/เป้า 2.20 บาท) คาดกำไร 1Q25E เพิ่มขึ้นทั้ง YoY/QoQ จากสำรองฯที่ลดลง
( 0 ) ADVANC (ซื้อ/เป้า 310.00 บาท) 1Q25E คาดกำไรโตทั้ง YoY, QoQ – ARPU ยังสามารถขยายตัวได้