คงคำแนะนำ “ถือ” แต่มีการปรับราคาเป้าหมายลงเป็น 3.00 บาท อิง 2025E PER 35x (-0.2SD below 3-yr average PER) จากเดิมที่ 3.50 บาท คาด 2Q25E พลิกเป็นกำไรได้ที่ 9 ล้านบาท จากขาดทุนที่ -44 ล้านบาทใน 1Q25 และลดลง -72% YoY โดยลดลง YoY จาก 1) ต้นทุนค่าเสื่อมราคาของกำลังการผลิตใหม่ยังกดดัน ในขณะที่บริษัทยังไม่สามารถหาออเดอร์ใหม่เพิ่มขึ้นตามกำลังการผลิต โดยคาด utilization rate ของกำลังการผลิตขวดแก้วอยู่ที่ราว 60-65% ใกล้เคียงกับใน 1Q25 และคาดกำลังการผลิตขวด PET อยู่ที่ 15-20% สูงขึ้นเล็กน้อยจากใน 1Q25
ปรับประมาณการกำไรปี 2025E/26E ลง -51%/-27% อยู่ที่ 58/164 ล้านบาทโต +34%/+184% YoY จากเดิมที่ 118/258 ล้านบาท จากการปรับเป้ารายได้ลงเพิ่ม คาด GPM ทั้งปีจะได้รับแรงกดดันจากกำลังการผลิตใน 1H25E ที่ยังอยู่ในระดับต่ำแม้จะเห็นออเดอร์กลับมาสูงขึ้นจากปัจจัยฤดูกาล แม้มองว่าถึงแม้จะไม่ได้มีการขึ้นราคาจากมาตรการภาษี แต่ด้วยความกดดันของเศรษฐกิจและกำลังซื้ออาจจะทำให้ผู้บริโภคหันไปซื้อสินค้าที่มีราคาถูกกว่า
ราคาหุ้นปรับตัวลงจากคาดได้รับผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่กดดันผลการดำเนินงาน ทำและกำไร 1Q25 ที่ไม่ฟื้นตัว ปัจจุบันหุ้นเทรดอยู่ที่ 2025E PER 36.0x โดยเรายังให้คำแนะนำ “ถือ” จากมองว่าใน 2H25E ผลการดำเนินงานจะได้แรงหนุน High season ของธุรกิจต่อเนื่องใน 3Q25E และจากต้นทุนมะพร้าวที่อยู่ในช่วงขาลง และจะเริ่มเห็นต้นทุนที่ลดลงใน 3Q-4Q25E